An open letter to Jakrapop Penkair:
Your biggest challenge is to break
this vicious circle.
10 February 2009
Dear Khun Jakrapop,
Your recent
comments regarding 'managing' broadcast media (Jakrapop
News management, Post 8 Feb) have got many people worried about your real
intention. There is a sense of déjà vu, here we go again.
Track
records show, most politicians in your position will always seize the
opportunity to cow broadcast journalists in order to make sure the ruling party
has the upper hand by shamelessly turning the government media outlets into a
propaganda machine. As always the case, the minister will use 'invisible hand'
to block critics and opposition. This time, the stake is higher when you signal
that you want to meddle into the newly established Thai PBS.
Late last
year when you were on the other side of the political divide, you complained
bitterly about the unfair treatment by most broadcast media outlets. But as you
know during successive governments, journalists working for the Public
Relations Department (PRD) and MCOT who want to keep their career have to
abandon their professional integrity and bend over to their political master's
whim. It was the same when Thai Rak Thai was in
power.
During the
past many years, I have been involved in the BBC sponsored media training in Thailand
for both Channel 9 and Channel 11 journalists. But almost all of my trainees
found it difficult to implement 'public service editorial code' e.g. accuracy,
objectivity, impartiality, fairness etc. in their work environment because of
the influence of the 'invisible hand'.
I am
writing this letter because you were once an accomplished journalist, and now
you are in the position to make history by breaking this vicious circle, and
set free all broadcast media. You could break new ground by creating a 'level
playing field' and introducing a sense of fair play to the Weekly Prime
Minister Political Broadcast. It is only fair to allow the Leader of the
Opposition to make his case shortly after the Prime Minister Broadcast. This is
the normal practice among broadcast media in truly democratic countries.
Your other
challenge is to allow the tradition of 'public service editorial values' to
take root in both Channel 9 and Channel 11 and resist any pressure from your
own cabinet colleagues to use 'invisible hand' to influence news and current
affairs programming. It's only a fair game to allow those journalists and
their senior managers to do their job professionally without any threat to
their job. I have left copy of BBC Editorial Values and Standard with DG Pramoj Rathvinit at PRD and Khun Wasan Paileeklee
of MCOT. Your expressed support for non political interference in both
organisations will be a big boost to Thailand's image among
international media watchdogs.
But your
biggest challenge is to resist any temptation to meddle with the Thai PBS.
The country has suffered serious political malaise partly because of many
media outlets have lost their credibility and public trust. They say gutter
press breeds gutter politics, or the reverse may be true. Thai PBS is moulded
on the BBC model recognised as the world most trusted broadcaster. I believe
that had Thailand
have a truly public service broadcaster following 1992 Black May political
upheaval we could perhaps avoid the 19 September 2006 coup.
I also believe that you are an honest and decent
politician, but are you up to the challenge? It's your call.
Yours,
Somchai
Suwanban
Essex,
England
Email: somchaiuk@googlemail.com
จดหมายเปิดผนึก
ถึงคุณจักรภพ
เพ็ญแข
ภารกิจที่ท้าทายที่สุดคือ
การยุติวงจรอุบาทว์
10
กุมภาพันธ์ 2551
เรียน
คุณจักรภพ,
การแสดงความเห็นของท่านครั้งล่าสุดเกี่ยวกับการบริหารจัดการสื่อวิทยุโทรทัศน์
(ข่าวการบริหารจัดระเบียบสื่อ
เมื่อวันที่ 8
กุมภาพันธ์)
ทำให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกวิตกเกี่ยวกับเจตนาที่แท้จริงของท่าน
คล้ายกับว่านี่เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
และอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า
นักการเมืองส่วนใหญ่ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมักจะฉกฉวยโอกาสในการสร้างความตื่นตระหนกในหมู่นักข่าววิทยุโทรทัศน์
เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพรรครัฐบาลจะมีอำนาจเหนือกว่า
โดยใช้วิธีการเปลี่ยนสื่อของรัฐให้กลายเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมอย่างไม่ละอายแก่ใจ
ที่ผ่านมา
รัฐมนตรีมักจะใช้
“มือที่มองไม่เห็น”
สกัดกั้นความเห็นของนักวิพากษ์
และความเห็นของฝ่ายตรงกันข้าม
และในครั้งนี้
ท่านได้ส่งสัญญาณว่าต้องการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์เพื่อสาธารณะแห่งใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ในช่วงที่ท่านอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาล
ท่านได้ร้องเรียนอย่างขมขื่นในกรณีที่สื่อวิทยุโทรทัศน์ปฏิบัติกับท่านอย่างไม่เป็นธรรม
ในช่วงรัฐบาลรักษาการหากนักข่าวในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์
และ บมจ. อสมท.ปรารถนาจะทำงานต่อไป
ก็จำต้องละทิ้งจรรยาบรรณวิชาชีพ
และทำตามความต้องการของผู้มีอำนาจทางการเมือง
เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงที่พรรคไทยรักไทยครองอำนาจ
เช่นกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผมได้เข้าร่วมฝึกอบรมนักข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่อง
9 และช่อง 11
โดยโครงการฝึกอบรมสื่อในประเทศไทยครั้งนั้นได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักข่าวบีบีซี
นักข่าวที่เข้าฝึกอบรมส่วนใหญ่ระบุว่า
ในการทำงานนั้นเป็นเรื่องยากที่จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณของกองบรรณาธิการ
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความถูกถ้วน
ความเป็นกลาง
ความไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
ความเป็นธรรม
ฯลฯ
เนื่องด้วยมีอิทธิพลจาก
“มือที่มองไม่เห็น”
ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นในฐานะที่ครั้งหนึ่งท่านก็เคยเป็นนักข่าวที่มีความสามารถ
และขณะนี้ท่านอยู่ในตำแหน่งที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้ด้วยการยุติวงจรอุบาทว์เหล่านั้น
และปล่อยให้สื่อวิทยุโทรทัศน์ได้ทำหน้าที่อย่างอิสระ
ท่านสามารถก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ
ได้ด้วยการสร้างสนามแห่งการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน
และริเริ่มให้เกิดบรรยากาศแห่งความเท่าเทียมในรายการ
“สนทนาประสาสมัคร”
และทางเดียวที่จะทำเช่นนั้นก็ด้วยการให้พื้นที่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ
แก่ผู้นำฝ่ายค้านหลังจบรายการสนทนาประสาสมัคร
นี่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับสื่อวิทยุกระจายเสียงในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
นอกจากนี้
ภารกิจที่ท้าทายอื่นๆ
ก็คือ การเปิดโอกาสให้จรรยาบรรณของกองบรรณาธิการได้ฝังรากลึกลงในสถานีโทรทัศน์ช่อง
9 และช่อง 11
อีกทั้งขัดขวางมิให้สมาชิกในคณะรัฐมนตรีใช้
“มือที่มองไม่เห็น”
เข้ามามีอิทธิพลเหนือการรายงานข่าว
และรายการเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง
ความเท่าเทียมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนักข่าวและผู้บริหารระดับสูงได้ทำงานแบบมืออาชีพโดยปราศจากการข่มขู่คุกคามใดๆ
ผมได้มอบสำเนาจรรยาบรรณวิชาชีพของกองบรรณาธิการสำนักข่าวบีบีซีให้แก่ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
ปราโมช
รัฐวินิจ
และคุณวสันต์
ภัยหลีกลี้
ผู้อำนวยการบมจ. อสมท.
ทั้งนี้
การสนับสนุนเพื่อไม่ให้เกิดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองในองค์กรทั้ง
2
แห่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของหน่วยงานเฝ้าระวังในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม
ภารกิจที่ท้าทายที่สุดสำหรับท่านก็คือ
การขัดขวางความพยายามใดๆ
ก็ตามที่จะเข้ามาก้าวก่ายสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
ที่ผ่านมาประเทศไทยได้บอบช้ำจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองส่วนหนึ่งก็เนื่องจากสื่อได้สูญเสียความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสาธารณะ
มีคำกล่าวไว้ว่า
สื่อน้ำเน่านำมาซึ่งการเมืองน้ำเน่า
หรือในทางกลับกันก็คงจะเป็นความจริงเช่นกัน
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้ถูกหล่อหลอมโดยมีสำนักข่าวบีบีซีซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลกเป็นแม่แบบ
ผมเชื่อว่าหากประเทศไทยมีสถานีโทรทัศน์สาธารณะที่แท้จริงในช่วงหลังเหตุการณ์
“พฤษภาทมิฬ” เมื่อปี พ.ศ.
2535
เราก็คงสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด
“รัฐประหาร
19 กันยา”
ได้
ผมยังเชื่อว่า
ท่านเป็นนักการเมืองที่ซื่อสัตย์และดีงาม
ทว่า
ท่านพร้อมที่จะเผชิญกับภารกิจที่ท้าทายเหล่านี้หรือไม่
ขอแสดงความนับถือ
สมชัย
สุวรรณบรรณ
เอสเซ็ก,
อังกฤษ
อีเมล์: somchaiuk@googlemail.com