ผมยอมรับว่ามีสื่อสาธารณะหลายแห่งในโลกนี้ที่น่าเบื่อไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการเป็นสื่อสาธารณะที่ต้องผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์
ที่มีคุณภาพสร้างสรรค์คุณค่าให้แก่สังคมที่มีพลังดึงดูดคนฟังคนชมทุกระดับ แต่ก็มีสถาบันสื่อมวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะที่ไม่
น่าเบื่อแถมยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานการผลิตรายการเพื่อสาธารณะ อันเป็นที่ยอมรับและขายได้ทั่วโลก
โทรทัศน์บีบีซีในอังกฤษมีรายการทีวีสำหรับเด็กทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๑๖ ปี(จบการศึกษาภาคบังคับ)โดยมีกำลังการ
ผลิตไม่ต่ำกว่าพันชั่วโมงต่อปี ทั้งที่ผลิตเองและที่ร่วมผลิตกับผู้ผลิต
รายการอิสระ (ในสัดส่วน
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕) โดยที่รายการของบีบีซีต้องต่อสู้แข่งขันกับคลื่นโทรทัศน์ระบบดิจิทัลที่จัดรายการเด็กกว่า ๒๐ คลื่น แต่จากผลการสำรวจผู้ชมผู้ฟังแทบทุกปีปรากฎว่ารายการเพื่อเด็กของบีบีซีทั้งรายการทางโทรทัศน์ทางวิทยุและทางออนไลน์ เป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศอังกฤษ
บีบีซีมีพันธกิจที่ชัดเจนสำหรับการผลิตรายการเด็กและเยาวชนคือ “จักต้องผลิตรายการและให้บริการผ่านสื่อทุกแขนงที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมที่เป็นตัวอย่างของสื่อมวลชนสาธารณะ”
ในภาวะที่รายการสำหรับเด็กและเยาวชนของบีบีซี ต้องต่อสู้แข่งขันกับคลื่นดิจิทัลของเอกชนประมาณ ๒๐ คลื่น หากว่ารายการของบีบีซี
น่าเบื่อ ก็คงไม่ได้รับความนิยมสูงสุดในแง่เรทติ้งของประเทศอังกฤษและคงไม่มีปัญญาเอาไปขายในต่างประเทศทำรายได้ปีละหลาย
ร้อยล้าน อย่างที่เห็นกันอยู่
ที่ผมยกตัวอย่างรายการเด็กและเยาวชนของบีบีซีขึ้นมา ก็เพราะว่าผลผลิตของบีบีซีในด้านนี้ กลายเป็นสินค้าส่งออกทำรายได้ให้กับ
บีบีซีมากที่สุด และเป็น “สินค้า” ที่ผู้คนทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยสัมผัสจับต้องได้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปประเทศอังกฤษ ทั้งนี้เพราะกระแสเสียงที่กล่าวหาว่าสื่อสาธารณะน่าเบื่อ มักจะมาจากกลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นได้สัมผัสรายการจากสื่อ
สาธารณะ ที่ไม่น่าเบื่ออย่างประชาชนชาวอังกฤษที่ยอมควักกระเป๋าเสีย “ภาษีสื่อ” ในรูปแบบค่าธรรมเนียมผู้ชมโทรทัศน์ tv licence
fee ที่บังคับเรียกเก็บทุกปีจากทุกครัวเรือนที่มีโทรทัศน์ในบ้าน โดยที่เงินภาษีดังกล่าวบีบีซีก็นำมาจัดรายการแพร่ออกทุกสื่อที่มีอยู่ในมือ
การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้บริโภคโดยตรงอย่างนี้ ทำให้บีบีซี มีอิสระจากนักการเมือง ที่มักจะใช้อิทธิพลของตนผ่านระบบการบริหาร
งบประมาณเผ่นดิน มีอิสระจากกลุ่มผลประโยชน์ทางการค้า ที่มักจะใช้อิทธิพลของตนผ่านเม็ดเงินโฆษณา และปัดกวาดจอโทรทัศน์
หรือลำโพงวิทยุ ไม่ให้รกรุงรังด้วยป้ายและเสียงโฆษณา หรือภาพยนตร์โฆษณาที่บางครั้งอาจจะชักจูงผู้บริโภคให้หลงผิด และที่สำคัญที่สุดคือเป็นการผูกมัดผู้ผลิตรายการของบีบีซีต้องสนองรับผิดชอบใช้โดยตรง (accountable to) ต่อประชาชนที่ควักเงินลงขันมาให้เป็นเงินเดือน เป็นทุนในการผลิต ตัดตอนนักการเมืองและนายทุนออกไป
ถ้าจะพูดถึงรายการอื่นๆ ที่ไม่ได้นำมาขายในต่างประเทศแต่ก็เป็นรายการคุณภาพที่ปลุกให้คนอังกฤษมีความรักหวงแหนสมบัติของ
ชาติของเขา มีเรทติ้งสูง ขนาดสื่อเพื่อการพาณิชย์ ทำสู้ไม่ได้ ก็มีรายการชุด restoration ที่ผลิตติดต่อกันมาหลายสองสามปีแล้ว
เป็นรายการกึ่ง reality ที่กำลังเป็นที่นิยมกัน โดยประกาศให้ประชาชนแต่ละท้องถิ่น รวมตัวกันเสนอ สถานที่หรือสิ่งปลูกสร้าง อาจ
จะเป็นโบราณสถาน อาคาร วัด ป่า สิ่งปลูกสร้าง ที่ถูกปล่อยปละละเลย ให้ได้รับการเหลียวแล โดยกลุ่มที่เสนอมานั้นจะต้องหาคนดังในพื้นที่ของตนมาออกรายการพร้อมด้วยสารคดีให้เหตุผลความสำคัญที่ควรจะได้รับเงินไป
บูรณะปฏิสังขรณ์ เก็บสมบัติของชาตินั้นให้ลูกหลานสืบไป เป็นการจัดรายการแข่งขันกันเพื่อชิงงบประมาณ โดยมีผู้ชมทางบ้านส่งเท็กซ์ เข้าไปลงคะแนนเสียง แบบคล้ายการประกวดร้องเพลง รายการอย่างนี้ ผู้ชมทางบ้านได้ประโยชน์จากความรู้ที่ผู้จัดเอามาประกวดกัน คนในท้องถิ่นได้ประโยชน์ถ้าชนะจะได้เงินงบประมาณมาบำรุงรักษาสมบัติของชาติ แม้จะแพ้คะแนนเสียงไม่ได้เงิน แต่ก็ทำให้ผู้คนทั้งประเทศได้รู้จักสมบัติของชาติที่ว่านั้น เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของท้องถิ่น
อีกรายการหนึ่งที่ทำมาได้สองปีแล้วคือ breathing spaces เป็นรายการที่ระดม
กำลังทั้งวิทยุท้องถิ่นของบีบีซี โทรทัศน์บีบีซี ชุมชนท้องถิ่น โรงเรียน ฝ่าย
ปกครองท้องถิ่น ธุรกิจท้องถิ่น ร่วมมือกันจัดหาและเปิดพื้นที่สีเขียวในพื้นที่
ของตน ให้ระแวดระวังสิ่งแวดล้อมในชุมชนนั้นๆ
ยังมีรายการอื่นๆ อีกมากที่ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างค่านิยมสาธารณะ public valuesอันเป็นภาระหน้าที่ของสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่ทำได้ให้ประโยชน์ต่อชุมชน ต่อสาธารณะ ทำได้อย่างไม่น่าเบื่อ ระดมกำลังสร้างสิ่งดีงามให้แก่สังคมและชุมชน
แล้วทำไมสื่อที่อ้างว่าเป็นสื่อสาธารณะในบางประเทศจึงน่าเบื่อ
ที่น่าเบื่ออาจจะมีสาเหตุหลายประการ อาทิเช่น การวางเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ไม่ชัดเจน การวางกฎระเบียบมาครอบผู้ผลิตรายการรัดตึงเกินไป การขาดแคลนทรัพยากรที่สำคัญจำเป็น ผู้บริหารขาดทักษะด้านบริการจัดการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ง่าย แต่มีอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นปัญหาในวงการสื่อของประเทศไทยที่แก้ไขยาก และแม้ว่าจะแก้ไขได้ก็ต้องใช้เวลานานคือ ภาวะขาดแคลนความคิดสร้างสรรค์ (creativity & talent) รายการโทรทัศน์ ที่ผ่านจอทีวีไทยทุกวันนี้ มักจะเป็นการลอกเลียนจากต่างประเทศ หรีอไม่ก็ลอกเลียนกันเอง นานๆ ครั้งก็จะมีคนกล้าเสนอสิ่งแปลกใหม่ออกมา แล้วก็แข่งขันด้วยการลอกเลียนกัน ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันลอกเลียนเพื่อหวังผลประโยชน์ทางด้านการค้าได้ประโยชน์ในหมู่ผู้จัดในหมู่คนที่ให้เงินมาโฆษณา เพิ่มมูลค่าหุ้นให้แก่บริษัทธุรกิจ มากกว่าการแข่งขันเพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้นให้สังคม ที่ผมเรียกว่าการ building public values
อาจจะมีผู้ผลิตรายการอิสระจำนวนหนึ่งที่อยู่ในภาคประชาชนที่มี ideas & creativity แต่ขาดแรงสนับสนุนทางการเงินและสื่อกระแสหลักไม่มั่นใจไม่ยอมเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตรายการเหล่านี้ได้มีสนามให้เล่น ก็เลยต้องไปเปิดสนามอื่นที่เป็นสื่อทางเลือก ก็ไม่แพร่หลาย อาจจะมีผู้ผลิตรายการที่แหวกวงล้อมไปบ้างก็เป็นส่วนน้อย เช่น ทีวีบูรพา เป็นต้น
สื่อเพื่อสาธารณะที่ไม่น่าเบื่อทำได้ มีคนทำสำเร็จมาแล้วดังที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้น ถ้าหาก
จัดหาทรัพยากรเงินทุนให้พอเพียง
-
ใจกว้างให้อิสระเสรีแก่ผู้บริหารได้ทดลองสิ่งแปลกใหม่
-
อย่าให้ผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจเข้าไปแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม
-
อย่าวางระเบียบรัดตึงครอบงำจนไปฆ่าตัดตอนความคิดสร้างสรรค์ creativity & talent
-
กำหนดให้ต้องแข่งขันแย่งชิงผู้ชมผู้ฟังทุกระดับ
ขณะนี้มีกลุ่มวิชาชีพ กลุ่มพลังภาคประชาชนและผู้บริโภค และนักวิชาการสามารถผลักดันจนภาครัฐยอมรับที่จะให้ตั้งสถานีโทรทัศน์ ที่ยึดหลักสื่อเพื่อสาธารณะขึ้นในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกที่ปรากฏการณ์ลักษณะเช่นนี้ควรจะเกิดขึ้นในยุคบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แต่กลับไม่เกิดเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจมาขวางกั้นไว้ ปัญหาต่อจากนี้ไปก็คือทำอย่างไรให้สถาบันนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างมั่นคงแข็งแรง บรรลุเป้าหมายในการเป็นสื่อสาธารณะที่ประสบความสำเร็จไม่น่าเบื่อ
สมชัย สุวรรณบรรณ
อดีต บรรณาธิการบริหารเอเชีย ตะวันออกเฉียงไต้
บีบีซี ภาคบริการโลก
ลอนดอน
สิงหาคม ๒๕๕๐