เวทีเสวนาวิชาการ “กรรมการนโยบายโทรทัศน์ไทย คุณสมบัติที่ตอบเจตนารมณ์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ”
วันที่ 9 มิถุนายน 51 เวลา 13.30 – 16.30 ณ ห้องประชุมพวงแสด คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง




เครือข่ายเพื่อนทีวีสาธารณะเรียกร้องให้คณะกรรมการสรรหานโยบายฯเปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของการสรรหากรรมการนโยบายฯ เป็นสาธารณะผ่านสื่อ ระบุคุณสมบัติจะต้องไม่มีวาระซ่อนเร้น มีจิตสาธารณะ เข้าใจหลักธรรมาภิบาล อย่ามองแค่วิสัยทัศน์แต่ต้องมองผลงานเชิงสาธารณะย้อนหลัง

เครือข่ายเพื่อนทีวีสาธารณะ นักวิชาการนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ จัดเวทีเสวนาวิชาการ “กรรมการนโยบายโทรทัศน์ไทย คุณสมบัติที่ตอบเจตนารมณ์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ” วันที่ 9 มิถุนายน 51 เวลา 13.30 – 16.30 ณ ห้องประชุมพวงแสด คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเครือข่ายเพื่อนทีวีสาธารณะ ได้เสนอประเด็นต่อคณะกรรมการสรรหาฯดังนี้

ประเด็นที่ ๑ คณะกรรมการสรรหาฯต้องให้ความสำคัญการมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อกระบวนสรรหาคณะกรรมการนโยบายฯ จัดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ผ่านสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีวีไทย ทีวีสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมรับรู้ กระบวนการสรรหาฯ อย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นที่ ๒ เรื่องคุณสมบัติคณะกรรมการนโยบายฯ ที่เวทีเสวนาวิชาการได้ร่วมกันเสนอคือ

- ต้องการให้พิจารณาคุณสมบัติที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ของคณะกรรมการนโยบาย โดย คำนึงถึงประสบการณ์ ผลงาน ในเชิงสาธารณะ ไม่เฉพาะเพียงพิจารณาการแสดงวิสัยทัศน์ในวันนั้นเท่านั้น
- ต้องมีจิตสาธารณะ และเข้าใจหลักธรรมาภิบาล - ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในขั้วธุรกิจ ขั้วการเมือง ทั้งในทางตรงและทางแฝง เช่น จะต้องไม่มีวาระซ่อนเล้นมารับใช้การเมือง กลุ่มผลประโยชน์ และเป็นตรายางให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
- ต้องคิดนอกกรอบ เข้าใจศิลปการนำเสนอรายการรูปแบบต่างๆ ไม่จำเป็นต้องยึดรูปแบบการนำเสนอข่าว และรายการตามสถานีช่องอื่น เช่น เวลาข่าวไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเวลา prime time
- ต้องไม่ใช่งานอดิเรกหลังเกษียณหรือเพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูล
- ต้องสามารถร่วมกันเป็นทีมได้

วิทยากรผู้เข้าร่วมเสวนา


รศ.ดร.ปาริชาติ สถาปิตานนท์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้ที่จะเข้ามา เป็นคณะกรรมการนโยบายฯ ต้อง “ทำโทรทัศน์สาธารณะ ไม่ใช่ทำโทรทัศน์เพื่อสาธารณะ” คือไม่ใช่เป็นการผลิตรายการเพื่อให้คนดูอย่างเดียว แต่ต้องมีกระบวนการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิด การทำ


คุณธีรภาพ โลหิตกุล นักเขียนสารคดีและนักจัดรายการวิทยุ อดีตนักผลิตรายการโทรทัศน์มือหนึ่ง กล่าวว่า

ผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการนโยบาย “ต้องไม่เติมไปด้วยสาระ แต่ขาดศิลปการนำเสนอ จนกลายเป็นโทรทัศน์เพื่อการศึกษา” ต้องเข้าใจศิลปการนำเสนอรายการ การเล่าให้เรื่องให้น่าสนใจ ยืนยันว่าทีวีสาธารณะเป็น ความรู้คู่ความรื่นรมย์ เหมือนกับที่ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช กล่าวไว้ว่า Play and learn รวมกันแล้วคือ เพลิน



ลุงกาจ ดิษฐาอภิชัย ราษฎรเติมขั้น

คณะกรรมการนโยบายฯที่จะเข้ามาต้องหลุดออกจากกรอบ วิธีคิดเดิม ของหน่วยงาน องค์กรที่สังกัด หากเข้ามาสู่ทีวีสาธารณะต้องเปลี่ยนใหม่ เพื่อรับใช้สาธารณะจริง


คุณสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นำเสนอความคิด หลัก ๔ ต้อง ๓ ไม่ ดังนี้

๔ ต้อง

๑.ต้องมีจิตสาธารณะ และต้องเข้าใจหลักธรรมาภิบาล
๒.ต้องทำงานเป็นทีมได้
๓.ต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่กรรมการอย่างชัดเจน บางท่านเก่งบริหาร แต่ไม่เก่งที่จะกำกับดูแลบริหาร ในบทบาทบริหารไม่ใช่เข้าไปล้วงลูก ต้องดูแลกำกับ
๔. ต้องเข้าใจหน้าที่ของความรับผิดชอบ ต้องปฎิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบระมัดระวัง ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ปฎิบัติตามกฎหมาย และเคารพมติกรรมการ ต้องเปิดเผยโปร่งใสให้ประชาชนรับรู้

๓ ไม่
๑.จะต้องไม่มีวาระซ่อนเล้นมารับใช้การเมือง กลุ่มผลประโยชน์ ต้องตรวจสอบประวัติข้อมูลสู่ประชาชนถึงจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ๒.จะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
๓.จะต้องไม่มานั่งเพื่อเป็นตรายาง ต้องเข้ามาทำงานอย่างจริงจัง

     

     

ทั้งนี้เครือข่ายเพื่อนทีวีสาธารณะฯ จะเข้าไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสรรหาฯที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ นี้ ก่อนการแสดงวิสัยทัศน์

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับทีวีสาธารณะได้ที่ www.friendtv.org

ประสานงาน
ผศ.ดร.อังธิดา ลิ้มปัทมาปาณี ๐๘๖-๑๐๒-๔๘๖๑
นางสาวบุษบง สายะเสวี ๐๘๔-๐๓๐๒-๙๘๘